Like Eagles

posted on 20 Sep 2009 02:27 by jesus-love-you in article
"ท่านไม่เคยรู้หรือ ท่านไม่เคยได้ยินหรือ พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเนืองนิตย์ คือพระผู้สร้างสุดปลายแผ่นดินโลก พระองค์มิได้ทรงอ่อนเปลี้ยหรือเหน็ดเหนื่อย ความเข้าพระทัยของพระองค์ก็เหลือที่จะหยั่งรู้ได้ พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ยและแก่ผู้ไม่มีกำลัง พระองค์ทรงเพิ่มแรง แม้คนหนุ่ม ๆ จะอ่อนเปลี้ย และเหน็ดเหนื่อยและชายฉกรรจ์จะล้มลงทีเดียว แต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระเจ้าจะเสริมเรียวแรงใหม่ เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี เขาจะวิ่งและไม่เหน็ดเหนื่อย เขาจะเดินและไม่อ่อนเปลี้ย"

อิสยาห์ 40:28-31



นกอินทรีเป็นนกที่บินได้สูงที่สุด และเร็วที่สุด นกอินทรีเป็นสัตว์ที่ไม่กินเหยื่อที่ตายแล้ว มันจะกิจเฉพาะสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น มันมักจะทำรังบนต้นไม้ที่อยู่สูงที่สุดในยอดเขาติดกับริมหน้าผา และที่ใต้รังของมันมักจะเป็นก้อนหินใหญ่และเหวลึก นกอินทรีเป็นนกที่รักครอบครัว คือมีผัวเดียว เมียเดียว เมื่อตังเมียวางไข่ ตัวผู้จะหาอาหารมาป้อนให้คู่ของมัน และเมื่อนกอินทรีโตพอที่จะฝึกบินได้แล้ว แม่นกจะผลักลูกของมันออกจากรัง ตกลงสู่ก้อนหินใหญ่ใต้รัง ลูกนกร้องเรียกแม่ แต่แม่นกก็ไม่สนใจ ปล่อยให้ลูกนกอยู่ลนก้อนหินนั้นทั้งคืน วันรุ่งขึ้น แม่นกนำอาหารมาห้อนให้ลูกนก ลูกนกดีใจมากที่แม่ไม่ลืมมัน แต่พอกินอิ่ม แม่นกก็ผลักลูกนกลงหน้าฝาทันที ลูกนกตกใจมากและกำลังจะตกกระแทกพื้นอยู่แล้ว แม่นกก็บินโฉบโดยใช้กรงเล็บที่แขงแรง จับตัวลูกนกไว้ได้ทัน แล้วก็พาบินขึ้นสู่ท้องฟ้า กรงเล็บของแม่นกแข็งแรงมาก ถ้านกอินทรีบีบต้นขาของเรา กระดูกต้นขาของเราก็อาจจะหักได้ แร่กรงเล็บที่แข็งแรงนี้ เมื่อจับลูกนก ลูกนกกลับไม่ได้รับอันตรายใดๆ เลย แต่อนิจจา ขณะที่ลูกนกกำลังอุ่นใจว่าแม่มาช่วยไว้ แม่นกกลับกางกรงเล็บออก ลูกนกตกใจอย่างมาก แต่คราวนี้ลูกนกนึกได้ว่าตัวเองก็เป็นนกอินทรีผู้เกรียงไกร จึงกางปีกออกโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

เมื่อ เกิดพายุ สัตว์ต่างๆ จะหาที่หลบภัย นกก็จะพยายามหลบอยู่ตามซอกหิน หรือในรัง ซึ่งตรงกันข้ามกับนกอินทรี มันจะกางปีกออก บินตรงไปยังทิศทางที่มันเห็นดวงอาทิตย์เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งบางครั้งต้องฝ่าพายุ มันค่อยๆ บินสูงขึ้นๆ ไป ในไม่ช้ามันก็บินขึ้นเหนือพายุ จนพายุไม่สามารถทำอันตรายมันได้ มีบทเพลงคริสเตียนบทหนึ่งร้องไว้ว่า "เมื่อพายุพัดมา และฟ้าคำราม ข้าฯจะบินขึ้นไปอยู่กับพระองค์ เพราะทรงเป็นราชาเหนือสิ่งใดๆ ข้าฯยืนอยู่ได้ เพราะทรงเป็นพระเจ้า" นี่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคริสเตียน เมื่อเราเจอพายุชีวิต พระเจ้าทรงให้กำลังแก่เราในการบินขึ้นอยู่เหนือพายุแห่งปัญหาได้ และเราบินขึ้นไป และได้ยืนอยู่กับพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ เพราะพระองค์เองทรงตรัสว่า ไม่มีอะไรที่ยากสำหรับพระองค์ พระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่พระเจ้าทำ จะทำตามวิธีที่มนุษย์คิด ความคิดของพระเจ้า สูงกว่า และไม่เหมือนความคิดของมนุษย์

นก อินทรีแม้จะแข็งแรง แต่ก็มีศัตรูซึ่งเป็นนกด้วยกัน นึ่นก็คือนกเหยี่ยว นกเหยี่ยว ไม่ค่อยไม่ค่อยต่อสู้กับนกอินทรีแบบตัวต่อตัว เราะมันรู้ดีว่าสู้ไม่ได้ มันจึงต้องมากันเป็นฝูงเพื่อต่อสู้กับนกอินทรี เมื่อศัตรูมา นดอินทรีจะไม่หันมาตอแย แต่มันบินจะขึ้นสู่ดวงอาทิตย์ นกินทรีจะบินขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีศัตรูของมันบินตามหลังมา สักพักศัตรูของมันจะค่อยๆ ถอยหนี เพราะสู้แสงอาทิตย์ไม่ไหว หลาย ครั้ง ที่ชีวิตของการเป็นคริสเตียน ในการติดตามเป็นสาวกของพระเยซู เรามักจะเผชิญกับปัญหาที่มาที่เดียวหลายๆ ปัญหา เข้ามาพร้อมๆ กัน เพราะศัตรูของเราคือ ซาตาน มันรู้ว่า จะชนะเราด้วยวิธีเดียวไม่ได้ มันจึงใช้หลายๆ ปัญหามาเพื่อจัดการกับเรา หลายครั้งที่ปัญหาเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราไม่ได้ก่อขึ้นมา บ้างก็เป็นเรื่องที่เราควบคุมอะไรไม่ได้ แต่วิธีที่พระเจ้าให้เราทำคือ การเข้าไปใกล้พระเจ้า เหมือนนกอินทรีที่บินเข้าไปใกล้ดวงอาทิตย์ แล้วเมื่อนั้น ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า จะจัดการกับซาตาน เหมือนความร้อนแรงของดวงอาทิตย์จะจัดการกับนกเหยี่ยว

นก อินทรีโดยปกติจะมีอายุยืนถึง 120 ปี ช่วงที่แข็งแรงที่สุดคือช่วงอายุ 40-60 ปี แต่ช่วงนี้ นกอินทรีมีโรคที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง นั้นก็คือโรคอ้วน และโรคอื่นๆ เพราะเนื่องจากว่ามันกินอาหารที่มีโปรตีนมาก ความอ้วนทำให้บินไม่ได้ มันลำบากมาก เพราะไม่สามารถหาอาหารได้อย่างปกติ คู่ของมันจะหาอาหารมาให้มัน นกอินทรีตัวไหนที่สงสารตัวเอง ก็จะกินอาหารที่คู่ของมันหามาให้ แล้วมันก็จะบินไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต ส่วนนกอินทรีที่ไม่ยอมแพ้ มันจะไม่กินอาหารที่คู่ของมันหามาให้ มันจะพยายามบินขึ้น แต่ก็บินไม่ได้ มันจึงตกจากรังลงไปที่ก้อนหิน ก้อนหินที่สอนลูกนกบิน มันจะโกรธจนฉักทึ้งขนของตนเอง จนหมดทั้งตัว เอาจงอยปากจิกก้อนหินจนจงอยของมันทู่หมด มันดิ้นไปมาจนมีบาดแผลเต็มตัว บัดนี้ความเกรียงไกรของนกอินทรีสูญหายไปจนหมดสิ้น มันพยายามเดินไปหาแหล่างน้ำบนภูเขาเพื่อล้างแผล แล้วก็เดินไปกินน้ำผึ้งป่า เพราะไม่สามารถหาอาหารอื่นๆ ได้ ตอนนี้มันรู้สึกว่า ตนเองกำลังจะตาย.....

อีก ครั้งที่มันหันหน้าขึ้นสู่ทิศทางของดวงอาทิตย์ จ้องมองดูดวงอาทิตย์ แล้วมันก็เริ่มเปล่งเสียงออกมา นี่เป็นการร้องเพลงครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตของนกอินทรี

อัศจรรย์ !? ....ขนอ่อนๆ เริ่มงอก จงอยปากก็เริ่มงอกเช่นกัน ในไม่ช้า นกอินทรีบาดเจ็บ ไม่มีขน ก็กลับมีขนอีกครั้ง ความวนี้มันโผบินขึ้นสู่ทัองฟ้า สูงกว่าเดิม เร็วกว่าเดิม ความยิ่งใหญ่ได้กลับมาสู่มันอีกครั้ง แต่ควาวนี้มันไม่เหมือนเดิม มันแข็งเรงกว่าเดิม ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แต่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ เรพาะมันคือนกอินทรีหัวล้าน

พระ เจ้าให้พระคัมภีร์บันทึกเพื่อสอนเราไว้ว่า "แต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระเจ้า จะเสริมเรียวแรงใหม่ เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี...." "พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ย และแก่ผู้ที่ไม่มีกำลัง พระองค์ทรงเพิ่มแรง..."

ทุก ครั้งที่เราจ้องมองไปที่พระเจ้า และเปล่งเสียงร้องต่อพระเจ้า เช่นนกอินทรีจ้องดวงอาทิตย์และเปล่งเสียง พระเจ้าตรัสสัญญาเราไว้ว่า พระเจ้าทรงสดับเมื่อเราร้องทูลพระองค์ และพระเจ้าจะทรงช่วยเราตามที่ทรงสัญญาไว้

ข้อมูลจาก http://macher.multiply.com/journal/item/59/59

edit @ 20 Sep 2009 02:31:08 by jesus-love-you

สวัสดีจ้าพี่น้องทุกคน สบายดีกันรึเปล่าเอ่ย ^_^ช่วงนี้หลายคนคงกำลังอยู่ในช่วงสอบใช่มั้ย +_+แม้ ... หัวอกเดียวกันเลยนะจ๊ะ ^_^ ยิ้มเข้าไว้นะจ๊ะการได้ฟังเพลงบ้างก็เป็นการพักผ่อนและผ่อนคลายความเครียดอย่างหนึ่งนะ ……………………และที่ขาดไม่ได้ก็คือการฟังเพลงนมัสการ ^o^เพลง Beautiful One ที่นำมาแนะนำพี่น้องแล้วนั้นก็เป็นเพลงที่ได้ฟังในช่วงไม่นานมานี้ ก่อนสอบซะด้วยสิ OoO ฟังแล้วชื่นใจจริงๆ เป็นเพลงจากพระเจ้าที่ประทานมาให้ฟังช่วงนั้นทีเดียว ^_^ในช่วงที่เรากำลังมีปัญหา แรงกดดัน หรือต้องเผชิญความทุกข์ การฟังเพลงนมัสการที่กล่าวถึงความดีและความงดงามของพระเจ้า ก็ทำให้เราเลิกจดจ่อที่ปัญหาของตนเองและหันมาจดจ่อที่พระเจ้า -o- แล้วเราจะพบว่าสิ่งที่เราเผชิญอยู่นั้นเล็กนิดดียว เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าของเรา ^o^วันนี้ตั้งใจว่าจะแนะนำเพลงนมัสการอีกบทเพลงหนึ่งที่ประทับใจให้พี่น้องได้ฟังกัน แน่นอนพร้อมเนื้อเพลงที่หามาให้ด้วย (จะได้ร้องกันได้นะ ^_^) แต่ไปเจอประวัติคนร้องและแต่งเพลงนี้ซะก่อน ดังนั้นจึงอยากจะแนะนำนักร้อง/นักประพันธ์เพลงนมัสการคนนี้ซะหน่อย ^o^แล